องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาวาง  โทร.0-5311-4705  กู้ชีพกู้ภัย 1669 โทร.0-5347-3010 หรือ 09-8114-8338 smile ประกาศใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่แถบเมนู เกี่ยวกับ อบต./ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี/งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 

แบบประเมินความพึงพอใจการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาวาง

ร้องเรียนร้องทุกข์

facebook

คู่มือประชาชน

ปราบปรามทุจริต

ระบบจัดการเว็บไซต์

สายด่วนแจ้งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์

ตรวจเช็คอีเมล

ระบบจัดซื้อจัดจ้าง EGP

สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงใหม่

ข่าวสารCOVID-19



สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 05/11/2561
วันนี้
50
เมื่อวานนี้
89
เดือนนี้
296
เดือนที่แล้ว
2,034
ปีนี้
19,210
ปีที่แล้ว
10,969
ทั้งหมด
31,437
ไอพี ของคุณ
3.236.156.32


พระธาตุสบฝาง

สถานที่ตั้ง : หมุ่ที่14 บ้านแม่เมืองน้อย ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย เชียงใหม่
พิกัด : 20.044633,99.400198

วัดพระธาตุสบฝาง ตั้งอยู่บนดอยสบฝาง บนฝั่งแม่น้ำกก ของตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากบ้านท่าตอนไปทางทิศตะวันออกไปประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.923 1600 กว่าปีมาแล้ว เป็นวัดเก่าแก่มีอายุมากกว่า 1,300 ปี สร้างโดยพระเจ้าพรหมมหาราช กษัตริย์แห่งเวียงไชยปราการ ทั้งยังเป็นบริเวณที่แม่น้ำฝางมาบรรจบกับลำน้ำกก (จึงเรียกว่าแม่น้ำสบฝาง สายน้ำมาประสพ มาประจบกัน) เป็นศูนย์รวมด้านจิตใจของพุทธศาสนิกชนนับเป็นพระธาตุเจดีย์ที่มีความเก่าแก่มากที่สุดองค์หนึ่งของล้านนา รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำกกที่สำคัญ บนยอดดอยสบฝางยังสามารถชมทิวทัศน์ความสวยงามของไร่ส้มธนาธรได้อีกด้วย

จากการสืบค้นประวิัติ จะขอกล่าวเล่าถึงตำนานของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ว่า ในราวพุทธศตวรรษที่ 15 มีพระภิกษุรูปหนึ่ง นามว่า พระพุทธโฆษาจารย์ ได้นำเอาพระธาตุส่วนพระนลาฏของพระพุทธเจ้า (กระดูกส่วนหน้าผาก) จำนวน 16 องค์ มาถวายแด่พระเจ้าพังคราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรโยนกเชียงแสน เมื่อพระองค์ได้รับพระธาตุแล้ว จึงทรงแบ่งพระธาตุดังกล่าวมอบให้แก่พระเจ้าพรหมมหาราช พระโอรสของพระองค์เองเก็บรักษาไว้

พระเจ้าพรหมมหาราช ได้นำพระธาตุส่วนหนึ่งมาบรรจุไว้ในเจดีย์พระธาตุจอมกิตติ (เชียงแสน) ส่วนพระบรมธาตุที่เหลือทั้งหมด พระองค์ได้นำมาบรรจุไว้ในเจดีย์พระธาตุสบฝาง ขณะพระองค์กำลังเดินทางมาสร้างเวียงไชยปราการ

กาลเวลาผ่านไปไม่มีใครมาใส่ใจดูแล ทำให้กลายสภาพเป็นวัดร้าง จนกระทั่งปี พ.ศ.2467 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย ได้เดินธุดงค์ไปเมืองเชียงแสน แวะพักระหว่างทางบนดอยสบฝาง พบเห็นองค์เจดีย์เก่าแก่ทรุดโทรม จึงทำการบูรณปฏิสังขรณ์สร้างองค์พระธาตุสบฝางขึ้นใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม พร้อมทั้งได้สร้างบันไดนาคจำนวน 716 ขั้น

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2476 ได้เกิดไฟป่าไหม้ครั้งใหญ่ ลุกลามไปถึงวัดพระธาตุสบฝาง ไฟได้ไหม้วิหารเผาพลาญทุกอย่างสิ้น สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ต่อมาในปี พ.ศ.2532 พระครูวุฒิญาณพิศิษฐ์ ขึ้นมาจำพรรษาบนดอยสบฝาง ท่านได้สร้างอุโบสถและวิหารปฏิบัติธรรม พร้อมกับได้บูรณะองค์พระเจดีย์ใหม่ทั้งองค์ เปลี่ยนยอดฉัตรพระเจดีย์ให้สมบูรณ์สวยงาม ตราบเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


 
17 พฤศจิกายน 2561